ใครข้างบน เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ช่วงนั้น หนุ่ย ได้ไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งย่านตากสิน พอดีมีคนรู้จักแนะนำมาให้ หนุ่ยก็ได้เริ่มงานที่แผนกบาร์น้ำ ที่นั่นจะมีเด็กดริ๊งก์และผู้ดูแลร้านนั่งประจำอยู่ด้วย ช่วงแรกๆ ก็ยังไม่ค่อยรู้จักใคร จนเมื่อทำงานไปได้ซักพักก็เริ่มสนิทกับพนักงานแทบทุกคน จนได้มีโอกาสไปสนิทกับดีเจเปิดแผ่นประจำร้าน หนุ่ยก็สนใจงานแบบนี้ จึงอยากขึ้นไปขอดูเขาทำงานที่ห้องคอนโทรลข้างบนดูบ้าง ลักษณะของตึกร้านนี้ทั้งหมดจะมี 5 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นคาราโอเกะกับเวที ถัดมาเป็นชั้นลอย ซึ่งชั้นนี้จะมีเด็กดริ๊งก์และหนุ่ยประจำอยู่ตรงนี้ ด้านหลังของบาร์นี้จะมีห้องน้ำหญิงอยู่ ชั้นถัดมาเป็นห้อง VIP กับห้องน้ำ ลักษณะห้องน้ำและห้อง VIP จะแยกกันไปคนละทาง ชั้นต่อขึ้นมาเป็นห้องคาราโอเกะกับห้อง VIP รวมอยู่ด้วยกัน ส่วนชั้น 4 เป็นบาร์สไตล์ญี่ปุ่น ชั้นสุดท้ายจะเป็นครัวของร้าน  หลังจากที่หนุ่ยขออนุญาตไปดูงานในห้องคอนโทรลและดีเจอนุญาตนั้น หนุ่ยก็ได้ตามดีเจเข้าไปในห้องดูนั้น ดูนั่นดูนี่ไปสักพัก หนุ่ยก็ขอลงไปทำธุระส่วนตัวด้านล่าง พอเสร็จก็เดินกลับขึ้นไปที่ห้องคอนโทรล ครั้งนี้หนุ่ยเดินกลับขึ้นไปคนเดียว ก็เห็นแผ่นยันต์สีแดง 1 ผืน ติดอยู่เหนือกระจกบานเลื่อนสีดำสนิท ทันทีที่หนุ่ยเห็นก็ขนลุกขึ้นมาทันที แต่ก็เดินกลับเข้าไปหาดีเจที่ห้องคอนโทรล และระหว่างที่นั่งคุยกับดีเจอยู่ หนุ่ยก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังอยู่ในชั้นเดียวกันนั้น  หนุ่ยเริ่มเอะใจในความไม่ชอบมาพากลของที่นี่ขึ้นมาทันที ในขณะเดียวกันดีเจก็ยังคนนั่งเฉยๆต่อไปเหมือนว่าไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนุ่ยจึงบอกกับดีเจว่าจะขอตัวไปดูหน่อย แต่ดีเจกลับตอบว่า อย่าเลย มันไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องเดินไปดูให้เสียเวลา หนุ่ยก็ได้แต่งงๆ […]

ของต้องห้าม ชฎาอาถรรพ์

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของคุณเคน เกิดขึ้นที่บ้านในจังหวัดนนทบุรี เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา บ้านคุณเคนเป็นบ้านโขนละครมาตั้งแต่สมัยคุณทวดแล้ว ลักษณะบ้านเป็นบ้าน 2 ชั้นใต้ถุนสูง และมีการสอนดนตรีนาฏศิลป์ควบคู่กันไปด้วย แต่ที่บ้านจะมีกฎเหล็กอยู่เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของชฎาที่มียอด โดยชฎายอดนี้ห้ามไม่ให้ใครจับต้องเป็นอันขาด เรื่องมันเกิดขึ้นตอนคุณเคนอยู่ช่วงชั้น ม.1 โดยเขามีเพื่อนสนิทที่ชอบการรำอยู่คนหนึ่ง เพื่อนคนนี้ชื่อ พัด คุณเคนเลยชวนพัดไปเรียนที่บ้านเพราะว่าสอนฟรี พัดเลยตอบตกลง ช่วงบ่ายแก่ ๆ เวลาประมาณบ่ายสาม คุณเคนให้พัดไปรอบนบ้าน เพราะว่าจะไปช่วยแม่ทำกับข้าว สักพักก็ได้ยินเสียง ตึง ตึง ตึง อยู่บนบ้าน คุณเคนเลยรีบวิ่งไปดูก็เห็นพัดหยิบชฎายอดนั้นมาใส่แล้วร่ายรำ คุณเคนก็ตกใจเพราะลืมบอกพัดว่าห้ามจับ คุณเคนเลยบอกว่า หยิบมาเล่นได้ไง วางเลยนะ! พัดเลยรีบถอดชฎาออก แต่ด้วยความตกใจชฎาเลยตกลงพื้นจนส่วนยอดแตกออกจากหัวชฎา แต่ว่าแตกออกในลักษณะที่พอจะประกอบกลับคืนได้ คุณเคนเลยบอกพัดให้กลับบ้านไปก่อน วันหลังค่อยมาใหม่ เดี๋ยวใครมารู้เข้าต้องโดนดุแน่ ๆ เลย พัดก็ตกใจแล้วบอกว่า เราไม่รู้ เห็นสวยดีเลยลองเอามาใส่ดู คุณเคนเลยบอกให้เพื่อนกลับบ้านไป แล้วกำชับว่าเรื่องนี้เรารู้กันแค่สองคนเท่านั้นนะ คืนนั้นเป็นคืนวันพระ จึงต้องมีการถวายเครื่องเซ่นที่โต๊ะหมู่บูชานี้อยู่แล้ว ซึ่งบนโต๊ะหมู่ก็จะมีชฎายอดนั้นตั้งอยู่ คืนนั้นตกดึกเวลาสักประมาณ 5 ทุ่ม คนในบ้านหลับหมดแล้ว […]

คุณยายโบก เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อสิบปีที่ผ่านมา คุณคิงได้มีโอกาสไปขายน้ำยาในถังดับเพลิงแถวๆ สงขลา เพราะว่าพอจะมีเพื่อนอยู่แถวๆ นั้นบ้าง แต่ตอนนั้นยายของเพื่อนเสียพอดี โดยปกติแล้วพิธีการจัดงานศพของทางภาคใต้ก็จะเหมือนกับทางภาคกลาง แต่เพื่อนของคุณคิงเป็นคนอีสาน เวลาจัดพิธีศพจะต้องตั้งศพไว้กลางบ้านตามประเพณี แล้วเพื่อนเกิดอยากดื่มเหล้า แต่ก็ไม่กล้าดื่มแบบโจ่งแจ้ง เพราะว่าเป็นงานศพของคุณยาย เดี๋ยวแขกที่มางานจะหาว่าไม่เคารพผู้ตาย ลักษณะบ้านของเพื่อนจะเป็นบ้านไม้ ยกใต้ถุนสูง เพื่อนก็ให้คุณคิงไปนั่งดื่มที่ใต้ถุนบ้านตรงที่มืดๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวจะแวะมาดื่มเรื่อยๆ จนคุณคิงเริ่มเมา เพื่อนก็บอกคุณคิงว่า เดี๋ยวขึ้นไปนอนข้างบนบ้านเลยนะ คุณคิงถามเพื่อนกลับไปว่า ข้างบนมันมีที่นอนเหรอวะ เพื่อนตอบว่า มีๆ พอขึ้นไปถึงนะ เลี้ยวซ้ายห้องแรก เข้าไปนอนเลย ห้องนั้นว่าง คุณคิงก็เดินดุ่มๆ ขึ้นบ้านไป ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะอาการเมา พอเลี้ยวซ้าย ก็เห็นว่าเพื่อนกางมุ้งไว้ให้พร้อมนอน คุณคิงมุดเข้าไปนอนทันที แต่ขาดันโผล่ออกไปนอกมุ้ง คิดในใจว่าทำไมคนที่นี่ตัวเล็กกันจัง’ จนเคลิ้มหลับ รู้สึกเหมือนมีอะไรมาเขี่ยๆ ที่ปลายเท้า คุณคิงคิดว่าเป็นแมว พอโดนเขี่ยอีกสองทีสามที คุณคิงก็เริ่มยกเท้าขึ้นถีบไปข้างหลัง แต่ก็ไม่รู้สึกว่าโดนอะไร สักพักก็ย้ายมาเขี่ยหัว แต่เขี่ยอยู่นอกมุ้ง เพราะคุณคิงนอนเอาศีรษะชนมุ้งพอดี ตอนนั้นก็คิดในใจว่าแมวตัวนี้มันชักจะขี้เล่นเกินไปละ ก็เลยเอามือคว้าขึ้นไปบนหัว แต่ก็จับโดนแค่อากาศ แล้วเจ้าสิ่งนั้นก็กลับมาเขี่ยที่เท้าอีก จนคุณคิงเริ่มรำคาญ คิดในใจว่าขอลุกขึ้นดูมันสักหน่อย ทำไมมันดื้อจัง’ […]

ใช่ยายของฉันแน่เหรอ! เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกนะคะ และคาดว่าน่าจะเป็นกระทู้เดียวของเรา จริงๆ เรื่องที่จะเอามาเล่ามันผ่านมานานแล้วประมาณ 7 ปีได้แล้ว เป็นเรื่องที่อาจจะสยองและน่ากลัวมากๆ สำหรับเรา หรืออาจจะเฉยๆ สำหรับใครหลายๆ คน เราคิดว่าน่าจะมีเรื่องที่คล้ายๆ กับที่เรากำลังจะเล่าเยอะมาก เพราะเราก็เคยอ่านมาหลายกระทู้แล้วเหมือนกัน เราเลยคิดว่าจะลองเล่าเรื่องของยายเราให้ฟังกันบ้างดีกว่า เรื่องมันมีอยู่ว่า ประมาณ 7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเราอยู่ประมาณ ม.5 เราเป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ โตมาแบบบ้านๆ เรื่องผีๆ สางๆ นี่รับรู้มาตั้งแต่จำความได้ ตามักจะย้ำเสมอว่า เฮ้ย! ผีมันมีอยู่จริงๆ นะโว้ย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ ค่ะ หนูทราบค่ะ โดนเป่าหูมาแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนโต ตาก็ขยันเล่าเรื่องผีๆ ที่เจอมากับตัวให้ฟัง เล่าไปนี่ก็กลัวไปด้วยไง เวลาเดินกลับบ้านตอนค่ำๆ ก็วิ่งอย่างเดียวค่ะ ไม่มีมาสโลว์ไลฟ์ดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนหรอกค่ะ เราเชื่อว่าผีอยู่รอบๆ ตัวเรา ถามว่ากลัวมั้ย บอกเลยว่า มากกกกก! แล้วเรื่องของเรื่องมันคือช่วงที่ยายของเราป่วยค่ะ เจ็บออดๆ แอดๆ ตามประสาของคนแก่ ยายเราตอนนั้นอายุ 86 ปี ยายมีโรคประจำตัวค่ะตามประสาคนแก่ แล้วก็ตามกรรมพันธุ์ค่ะ […]

ขอบใจขนาด เรื่องลี้ลับตอนเดินป่า จ.ตาก

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก ซึ่งเป็นดอยที่เดินยาก มีระยะทางไกลและก็ชันเป็นระดับต้นๆ ของประเทศ คนเดินป่าอาจจะรู้จักในฉายาภูเขาสีทองของจังหวัดตาก เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตอนปลายปีที่แล้ว โดยปกติแล้ว คุณเคเป็นคนที่ชอบเดินป่า แล้วดอยที่เกิดเหตุแห่งนี้ คุณเคก็เคยเดินขึ้นมาแล้ว แต่ว่าครั้งแรก คุณเคไม่ได้ตื่นขึ้นมาดูทะเลหมอกตอนเช้า จึงได้กลับมายังที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้าที่จะออกเดินทาง คุณเคก็ได้ออกปากชวนเพื่อนๆ ที่เคยเดินป่าด้วยกัน แต่ว่าไม่มีเพื่อนคนไหน สามารถไปด้วยได้เลย เนื่องจากครั้งนี้ คุณเคออกเดินทางในวันธรรมดา เพื่อนๆ นั้นลางานไม่ได้ คุณเคตั้งใจเอาไว้ว่าจะเดินทางตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุทธ ช่วงใกล้ๆ กับวันออกพรรษา ด้วยความที่คุณเคนั้นเป็นคนชอบเดินป่ามาก ประจวบเหมาะกับงานที่ทำมาก็เหน็ดเหนื่อย และได้วันหยุดในวันธรรมดา จึงตัดสินใจเดินทางเพียงลำพังคนเดียว ในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ คุณเคก็นั่งรถตู้เข้ากรุงเทพ แล้วก็ต่อรถไปยังจังหวัดตากเพื่อเดินป่า คุณเคถึงจังหวัดตากช่วงเช้ามืดวันจันทร์ ประมาณสักตีสี่กว่าๆ หลังจากนั้นก็มองหารถเพื่อที่จะเหมาไปที่ อบต. ติดต่อเพื่อขอเช่ารถ เพื่อไปส่งที่ตีนเขา และก็รวมไปถึงลูกหาบ ที่จะเอาไว้ช่วยขนของอีกด้วย ในระหว่างที่กำลังมองหารถอยู่นั้น ก็มีพ่อค้าคนหนึ่ง ขับรถกระบะมาจอดเทียบ แล้วก็ถามกับคุณเคว่า จะไปไหนเหรอน้อง คุณเคตอบกลับไป จะไป อบต. เพื่อไปขึ้นดอยครับพี่ พ่อค้าได้ยินแบบนั้นก็พูดว่า ไปกับพี่ก็ได้น้อง พี่จะไปทำบุญที่บ้านพอดี อยู่ไม่ห่างกัน เดี๋ยวแวะส่งให้ถึงตีนเขาเลย คุณเคได้ยินแบบนั้นก็นึกดีใจที่จะได้ไม่ต้องเสียค่ารถ […]

จุ๊..จุ๊..จุ๊.. ประสบการณ์ขนหัวลุก นางรำใต้ต้นโพธิ์

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อต้นปีผมได้ทำการย้ายบ้านเพราะว่าได้งานใหม่มา เนื่องจากเป็นงานประจำที่ต้องเข้างานอยู่บ่อยๆ เมื่อเค้าเรียกก็ต้องเข้าบริษัทให้ทัน ผมเลยไปได้บ้านใหม่หลังหนึ่งที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ผมก็ย้ายเข้ามาอยู่กับแฟนสองคนครับ เข้ามาวันแรกก็ช่วยกันจัดแจงข้าวของกันให้อยู่เป็นที่ กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ปาเข้าไปทุ่มกว่าแล้วครับ เราเลยออกไปหาอะไรกินกัน ระหว่างทางออกไปหาอะไรกินเราก็ต้องผ่านวัดๆ หนึ่งก่อนขอไม่บอกชื่อวัดนะครับ ต้องขออธิบายก่อนนะครับว่า บ้านที่เราอยู่กันนี้อยู่ติดคลองแต่มีถนนขั้นอยู่กับคลองนะครับ ข้างวัดนี้ตอนกลางวันก็พอมีร้านขายของอะไรอยู่บ้าง แต่ตอนกลางคืนก็พากันปิดไปหมดแล้ว ทำให้เราต้องไปหาอะไรกินกันตามร้านข้าวข้างถนนครับ เราก็ออกกันมาได้ซักพักหนึ่งเลยที่ว่าการอำเภอมาก็เจอร้านบะหมี่เราก็เลยแวะกินกันครับ หลังจากกินเสร็จเราก็พากันกลับบ้าน ก่อนที่ผมจะย้ายเข้ามาอยู่ในซอยนี้ ผมได้ยินประวัติคร่าวๆ จากร้านก๋วยเตี๋ยวข้างวัดของซอยนี้อยู่ว่า มีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่รถยนต์คันหนึ่งกำลังขับรถกลับบ้าน เค้าก็สังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามเค้ามาจากข้างหลังด้วยความเร็วมาก หลังจากนั้นมอเตอร์ไซค์คันนี้ก็เร่งแซงรถของเค้าไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะเบรกแต่อย่างใด ทีนี้เค้าก็เห็นว่าทางด้านหน้าของเค้านั้นเป็นโค้งเค้าจึงเบรกเพื่อชะลอความเร็ว แต่มอเตอร์ไซค์คันนั้นก็ขับทะลุโค้งนั้นหายไป ส่วนใหญ่คนที่ขับรถในซอยนี้ตอนกลางคืนจะเจอกันเยอะ แต่เนื่องจากผมเป็นคนไม่กลัวผี ผมก็เลยไม่ได้สนใจอะไรเพราะว่าผมก็แค่มาอาศัยอยู่แถวนี้เฉยๆ อีกอย่างผมก็ไม่ได้ขับผ่านไปแถวบริเวณที่เค้าเจอกันอยู่แล้วเลยไม่ได้คิดอะไร อยู่กันไปซักประมาณสามเดือนพ่อของเพื่อนแม่ของผมก็เสียครับ มารู้ว่าเค้าจะทำการจัดงานศพกันที่วัดใกล้ๆ บ้านผมพอดี ผมเลยบอกให้แม่มานอนกับผมก่อนก็ได้เพราะว่าบ้านผมอยู่ใกล้วัดจะได้ไปงานสวดพระอภิธรรมได้สะดวกๆ หลังจากนั้นแม่ก็เก็บข้าวของเดินทางมาอยู่กับผมครับ สลับกับแฟนของผมที่ต้องกลับบ้านไปหาแม่ของเค้าครับ พอถึงวันสวดวันแรกผมก็พาแม่ไปที่วัด แต่ผมแค่พาแกไปส่งเฉยๆ หลังจากส่งเสร็จผมก็รอแกอยู่แถวบริเวณวัดนั่นแหละครับ เพราะว่าผมรู้สึกว่าผมไม่ถูกกับงานศพ เวลาเข้าร่วมงานศพเหมือนจะเจอเรื่องไม่ดีทุกที ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หรือเป็นงานศพใครที่สนิทจริงๆ ผมจะขอตัวไม่เข้าไปร่วมงานเลย งานก็ล่วงเลยผ่านไปจนถึงวันที่สามครับ ผมก็ไปส่งแม่ที่งานศพตามปกติ หลังจากนั้นผมก็แยกตัวออกมาจากบริเวณงานศพ และด้วยความที่ไม่มีอะไรทำผมก็เลยโทรไปคุยกับแฟนเล่นๆ ครับระหว่างรอแม่ ผมก็เดินไปคุยไปจนเดินไปถึงใต้ต้นโพธิ์กลางลานวัด เราก็คุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อยหัวเราะคิกคักๆ หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียง จุ๊..จุ๊..จุ๊..!!! (เสียงเหมือนเอานิ้วชี้มาไว้ที่ปากแล้วทำปากจู๋เวลาผู้ใหญ่ทำกับเด็กเวลาเสียงดังน่ะครับ) […]

ใต้กอสวะ! สยองขวัญใต้สะพานพุทธฯ

เรื่องใต้กอสวะ บ้านผมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถวๆ สะพานพุทธฯ เวลาจะกลับบ้านต้องเดินเลียบริมน้ำ เป็นทางคอนกรีตแคบๆ เดินไม่ดีมีสิทธิ์ตกน้ำได้ แต่พวกเราเดินจนชินแล้ว คืนหนึ่งดึกแล้ว ผมกลับจากงานส่งเมสเซ็นเจอร์ เดินเลียบทางมาคนเดียว จู่ๆ มีแมวดำตัวหนึ่งเดินตัดหน้าไป ใจหายวาบว่าจะเป็นลางร้ายอย่างเขาพูดกันมองตามแมวไปก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงแนวตอที่ยื่นต่ำลงไปจากทางเดิน เขาตัวเปียกชุ่ม ใส่เสื้อไม่รู้สีอะไรเพราะมันสลัวมาก รู้แต่ว่าเขาหันมามองผม ผมใจหายและรู้สึกหนาวๆ พิกล! อยากถามว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า? ท่าทางคล้ายคนเมาตกน้ำ ตาขวางๆ พิลึก สะท้อนไฟเห็นวาบๆ ผมพูดไม่ออก ได้แต่รีบเดินผ่านเพราะเห็นว่าเขาก็ปลอดภัยดีนี่ เดี๋ยวคงขึ้นมาเองแหละ! ผ่านไปอีก 2-3 วัน ผมกลับเกือบดึก บ้านกับร้านอาหารติดทางเดินเลียบแม่น้ำยังเปิดไฟสว่างผมเห็นผู้ชายคนนั้นอีกแล้วครับ เขานั่งที่เดิม ตัวเปียก หัวหูโชกเชียว แต่ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนอะไร แล้วก็หันมามองผมแบบจ้องเขม็ง คราวนี้จากแสงไฟผมเห็นเขาชัดขึ้น ร่างใหญ่ ใบหน้าอูม ผมรองทรงค่อนข้างยาว อายุราว 40 ปี ใส่เสื้อลายๆ สีแดงเลือดหมู และที่เห็นชัดก็คือตะเข็บแขนเสื้อของเขาขาดลงมาข้างหนึ่ง เหมือนมันไปเกี่ยวอะไรสักอย่างท่าทางเขาคล้ายๆ กับคนเมา ผมอยากถามว่าไม่หนาวรึครับก็พูดไม่ออก ได้แต่ชำเลืองนิดหน่อยเท่านั้นสิ่งที่น่าแปลกใจคือ ทำไมเขามานั่งบนตอไม้ริมทางเดินนี่ แหม! สองคืนแล้วนะครับหรือว่าจะมาเล่นน้ำ? คิดอีกทีอาจเป็นคนบ้าไม่เอาดีกว่า […]

ขออโหสิกรรม เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณวรรณพรครับ คุณวรรณพรเล่าว่า เป็นเรื่องเมื่อห้าปีมาแล้วค่ะ คือเรามีแฟนคนหนึ่ง มีลูกด้วยกันแล้ว แต่ทะเลาะกันจนแยกกันอยู่มาสักพักแล้ว วันหนึ่งเราได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน เพื่อนโทรมาบอกเราว่า แฟนเราตายแล้วนะ เราก็ถามกลับด้วยความตกใจว่า เขาเป็นอะไรตาย? เพื่อนบอกว่า รถคว่ำตายคาที่ เราทั้งงงทั้งตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เพราะก่อนวันที่เขาจะตาย เขาโทรมาขอโทษทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำกับเราและกับลูก แต่เราไม่ยอมรับคำขอโทษจากเขา เนื่องจากตอนนั้นเราโกรธและโมโหมาก ที่เขาจะมาเอาลูกไปอยู่บ้านเขาแต่เราไม่ยอม จนคุยกันไม่ได้ ทะเลาะกันรุนแรงมาก ไม่นึกเลยว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกัน และเป็นคำขอโทษครั้งสุดท้ายจากเขา ที่งานสวดศพคืนแรก เราพาลูกไปฟังพระสวด พอไปถึงเราก็เข้าไปจุดธูป ซึ่งจริงๆ แล้วตามพิธี เราควรจะต้องอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน แต่เราอโหสิกรรมให้เขาไม่ได้ ใจเรายังโกรธแค้นเขาอยู่มาก จึงทำได้แค่ปักธูปไว้แล้วเดินออกมา พอพระสวดเสร็จเราจึงขอตัวพาลูกกลับก่อน พอกลับถึงบ้าน ขณะที่จอดรถเสร็จกำลังจะเข้าบ้าน จู่ๆ เราก็มีอาการเหมือนเป็นไข้ ตัวร้อนวูบวาบไปหมดทั้งตัว เดี๋ยวก็หนาวจนสั่น เลยเข้าบ้านไปหายาพารากิน คิดว่าเดี๋ยวคงจะดีขึ้น แต่กินยาก็แล้ว เช็ดตัวก็แล้ว ก็ยังไม่หาย ไม่ดีขึ้นเลย ตัวเราเองก็แปลกใจว่าจู่ๆ ทำไมถึงเป็นไข้ขึ้นมาได้ พอเริ่มแย่จนรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว ก็เลยเรียกแม่มา แม่เราก็ถามอาการ เราก็เล่าให้แม่ฟัง แล้วอยู่ๆ แม่ก็ลุกเดินไปเอาน้ำมนต์มาให้เราดื่ม พร้อมกับเช็ดตัวให้ […]

ซอครวญ นิยายสยองขวัญ โดย ธีร์ วรรณกร [ตอนที่ 2]

ซอครวญ ตอนที่ 1 “เฮ้ย!!!!บ.บ้าแล้ว!!! กลิ่นนี่..มันมันมาได้ยังไงกันเนี่ย!!!” วีระตะโกนลั่นอยู่ในห้วงแห่งความคิด และก่อนที่เขาจะสามารถตั้งสติรับอะไรได้ทันนั้นเอง มันก็เหมือนกับถูกผีซ้ำด้ำพลอยเข้าไปอีก เพราะทันใดนั้นหูเจ้ากรรมของเขาดันไปได้ยินเสียงๆหนึ่งเข้า มันดังเรื่อยๆเอื่อยๆฟังโหยหวนพิลึก เมื่ออดทนเงี่ยสดับอยู่ชั่วครู่มันก็ต้องทำให้ครูเวรคนใหม่ถึงกับขนลุกซู่ตั้งชันไปทั่วทั้งร่างกายแม้กระทั่งทรงขนบนหัว เพราะเสียงที่ดังมาจากที่ลึกลับแห่งใดมิอาจทราบได้นั้นมันก็คือ ท่วงทำนองเสียงซอสำเนียงอีสานที่โอดครวญน่ารันทดหดหู่ใจเป็นที่สุด แต่ก็แฝงไปด้วยความลึกลับน่าสะพรึงพรั่นจนทำให้เย็นวาบไปทั้งกระแสเลือด มันค่อยๆสอดประสานกับเสียงหมาจรจัดที่มาอาศัยอยู่ในบริเวณโรงเรียนซึ่งพร้อมใจกันหอนระงมกันซะเหมือนกับว่ามันเป็นเสียงบทเพลงที่บรรเลงจากฝีมือของภูติผี ในตอนนี้เขาแทบคลั่งหัวใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะเสียงซอที่จะว่าไพเราะหรือน่ากลัวดีนั้นก็ยังคงดังมาเรื่อยๆอยู่ไม่ขาด แต่เขานี่สิคือผู้ที่จะขาดใจอยู่รอมร่อ เพราะเสียงซออันน่าขวัญบินที่โหยหวนครวญรำพันอยู่นั้น มันทำให้เขาต้องเอามืออุดหูไม่อยากได้ยินแม้แต่เสียงของโน้ตเพลงแม้แต่ตัวเดียว เหงื่อกาฬไหลพรากๆราวกับออกกำลังกายมาหมาดๆ สองขาสั่นระริกอ่อนระทวยแทบล้ม “นี่.นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นนี่ ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย!!!!”  ครูวีระแผดตะโกนลั่นจ้ำอ้าวๆเปิดประตูหนีออกมาแทบไม่ทัน  และเมื่อออกมาข้างนอกเสียงซอที่แสนรันทดในท่วงทำนองนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ใช่.ใช่แล้ว.เจ้าเสียงซอจากโลกอมนุษย์นั้นมันต้องมาจากที่ใดสักที่ๆสามารถมีเครื่องดนตรีเป็นแน่.!!!!!  คิดได้ดังนั้นเขาก็ต้องถึงกับตาเบิกโพลงอ้าปากค้างเพราะที่ๆมีเครื่องดนตรีทุกประเภทก็คือ..ห้องดนตรีซึ่งอยู่ติดๆกับห้องหมวดที่เขาเข้ามาพักนอนเข้าประจำเวรอยู่นั่นเอง เสียงซอที่เอื้อนเอ่ยร่ำสำเนียงลายซอเศร้าอีสานอันกำลังถูกบรรเลงอยู่ในยามนี้ก็ยังทำหน้าที่สร้างความเขย่าขวัญของมันให้กับเขาอย่างไม่ขาดช่วง วีระตัวสั่นเพราะความกลัวเหลือเกินบรรยาย และในช่วงวินาทีแห่งการเผชิญเหตุการณ์อันน่าพิศวงอยู่นั้นเอง ครูหนุ่มตัดสินใจกลั้นลมหายใจแล้วหลับตาลงนับหนึ่งถึงสาม จากนั้นเขาก็หันกลับหลังขวับในทันทีนั้น ซึ่งสถานที่เบื้องหลังก็คือห้องดนตรีที่เป็นที่มาของเสียงซออันน่าขนลุกนั้น และในที่สุดเมื่อลืมตาขึ้นเขาก็แทบจะต้องเป็นลมสิ้นสติไปในบัดนั้น เพราะภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา ณ ตอนนี้ก็คือ ภายในห้องดนตรีอันเป็นประตูกระจกใสสามารถมองทะลุไปถึงด้านในได้นั้น ร่างหนึ่งอันดำเป็นเงาทะมึนเด่นชัดซึ่งถูกแสงไฟที่สาดส่องจากด้านนอกเข้าไปเล็กน้อยนั้น แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งหันหลังให้พร้อมกับสีบรรเลงซออันสุดที่จะขนพองสยองเกล้าอยู่ตรงนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อตอนเลิกเรียนครูวีระจำได้ว่าเขานั่นแหละที่เป็นคนล็อคประตูห้องดนตรีเองกับมือ แล้วชายคนนั้นเป็นใครกัน? มาจากที่ไหน? และเข้าไปในห้องได้อย่างไรในเมื่อประตูถูกล็อคอยู่แท้ๆ!!!?? วีระอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงันพลันก็ร้องว้าก..!!!!ลั่นขึ้นแทบจะหมดลม หันหน้ากลับมาดังเดิมวิ่งหน้าตั้งฝ่าเสียงซอปีศาจและเสียงหมาหอนหนีออกจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองสิ่งใดๆอีกทั้งสิ้น ปล่อยให้ประตูห้องหมวดเปิดอ้าซ่า พร้อมกับแสงไฟที่สว่างโร่อยู่อย่างนั้น  ในความคิดของเขาตอนนี้จุดหมายก็คือป้อมยามของลุงยามที่ตรวจตราด้วยกันเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง และเขาก็หวังว่าเมื่อไปถึงเขาก็จะพบตัวลุงแกเพื่อเป็นที่พึ่งหนีผีให้ได้เช่นกัน  สองเท้าจ้ำอ้าวๆอย่างกับแข่งวิ่งสี่คูณร้อยก็ไม่ปาน ปากก็แหกตะโกนลั่นเกือบจะไม่เป็นภาษา “ลุง!!!ลุงยามครับ!!!ช่วยผมด้วย!!!ผมผมโดนผีหลอก!!!ลุง!!!” วีระทั้งเหนื่อยทั้งหอบกินอยู่แทบขาดใจ เมื่อถึงหน้าป้อมยามก็ทรุดลงพาร่างแผ่หลาไม่เป็นท่า […]

ไซต์งานกลางป่า เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องราวทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ คุณตูน ได้นัดเพื่อนสองคนมานั่งดูฟุตบอลกัน เพื่อนสองคนของคุณตูนชื่อ คุณนอ และ คุณเอก ทั้งสามได้นั่งรอดูฟุตบอลกันจนถึงเวลาประมาณตีหนึ่ง แล้วคุณเอกก็เอ่ยขึ้นมาว่าหิว เดี๋ยวหาอะไรกินกันก่อนและคุณเอกก็อาสาไปซื้อของเองเพราะมีความอาวุโสน้อยสุดโดยยืมรถของคุณนอไปซื้อ ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ PCX ซึ่งจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จนผ่านไปประมาณสี่สิบนาที คุณเอกก็ยังไม่มา จนฟุตบอลหมดครึ่งแรกไปแล้วก็ยังไม่มา คุณนอจึงโทรหาคุณเอก คุณเอกก็บอกว่าทำธุระอยู่ ก็นั่งรอกันจนฟุตบอลจบ ประมาณตีสี่เกือบตีห้าก็ยังไม่กลับมา คุณตูนและคุณนอเป็นห่วงมาก ก็เลยเดินลงไปข้างล่าง ไปเจอยามประจำหอพัก ยามบอกว่าเห็นคุณเอกเอาเสื้อของวินมอเตอร์ไซค์ที่เค้าเอาเก็บไว้หน้ารถไปใส่ แล้วขี่รถออกไป คุณตูนและคุณนอก็คิดว่าคุณเอกเล่นพิเรนทร์อะไร ทั้งสองจึงนั่งรออยู่หน้าหอพักอีกประมาณยี่สิบนาที คุณนอเลยโทรหาคุณเอกอีกที โทรติดแต่ไม่มีคนรับ แล้วรถ PCX ของคุณนอจะมี GPS บอกตำแหน่งอยู่ด้วย คุณนอจึงลองเปิด GPS แล้วลองค้นหาตำแหน่งของคุณเอก ปรากฏว่ารถไปอยู่ตรงถนนเส้นหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปไกล คุณตูนและคุณนอตกใจมากกลัวว่าคุณเอกจะโดนปล้น คุณตูนก็เลยขับรถตาม GPS ไป พอขับออกไปได้สักพัก ก็ไปเจอตำรวจสายตรวจสองคนขี่รถจักรยานยนต์อยู่ จึงได้เข้าไปขอความช่วยเหลือ แล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง แล้วคุณตูนก็ขอให้ตำรวจร่วมเดินทางไปด้วย พอถึงตำแหน่งตามที่ GPS ระบุ ซึ่งสองข้างทางจะเป็นป่า ถนนจะถมสูงขึ้นมาจากสองข้างทางเล็กน้อย ทุกคนจึงลงไปหาคุณเอกในป่า ตรงนั้นมืดมาก ไม่มีบ้านคน ไม่มีไฟเลย ต้องใช้ไฟจากมือถือส่องทางเอา […]