osotspafanclub

คลังสยอง

By Osotspafanclub

ขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลแล้ว ถือเป็นสถานที่ที่มีคนตายมากที่สุด และแน่นอนว่าพอมีคนตายก็ย่อมต้องมีวิญญาณ มีผี ซึ่งในวันนี้ทางเราก็ได้รวบรวมเอา 10 เรื่องผี เรื่องหลอนทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล มาให้ทุกคนได้ขนหัวลุกไปพร้อม ๆ กัน!
อันดับที่ 10. นักศึกษาแพทย์โดนดี!
ทุกคนคงจะรู้ดีว่ากว่าจะได้มาเป็นหมอนั้น นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องผ่านการเข้าเวรดึกกันมาแล้วทั้งนั้น…
เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นเวลาประมาณ 4-5 ทุ่ม นักศึกษาแพทย์ชายคนหนึ่งกำลังจะเดินเปลี่ยนวอร์ด บรรยากาศตามทางเดินไปยังลิฟต์ก็เงียบสงัด ไม่มีแม้กระทั่งคนอยู่แถวนั้น แต่จู่ ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาไปยังทางเดินก็พบกับชายใส่ชุดสีกากี เขาก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะนึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ แต่พอเดินใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ เขากลับรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งตัว พอมองไปที่ชายคนนั้นก็สังเกตเห็นว่าทั้งแขน ทั้งไหล รวมถึงขา ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย! จนเมื่อเดินสวนกันถึงได้เห็นว่าชายคนนั้นไม่มีขาและกำลังลอยอยู่กลางอากาศ! พอเห็นอย่างนั้นเขาจึงรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ โดยก่อนลิฟต์จะปิดชายชุดกากีคนนั้นก็หันหน้ามาและแสยะยิ้มให้
อันดับที่ 9. ผีหัวขาด ณ ห้องน้ำ
เรื่องนี้เคยเป็นข่าวที่ทำเอาคนอยุธยาไม่กล้าไปโรงพยาบาลกันพักใหญ่ เพราะใคร ๆ ก็พากันพูดถึงผีหัวขาดกันทั้งนั้น
เรื่องมีอยู่ว่า ชาวบ้านคนหนึ่งได้ไปเฝ้าพี่สาวที่โรงพยาบาล ซึ่งได้พักอยู่ที่ห้องผู้ป่วยรวม ทำให้ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน จากที่สังเกตก็ไม่ได้มีญาติคนไข้ที่เป็นผู้ชายเลย
จนเวลาประมาณ 2 ทุ่ม เธอก็ได้ไปเข้าห้องน้ำ พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับผู้ชายใส่เสื้อสีชมพู ตัวสูง ซึ่งเธอก็แปลกใจเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ชายมาเยี่ยมไข้ใครเลยแม้แต่คนเดียว เธอจึงได้หันกลับไปมองดูที่เตียงทั้งหลาย แต่พอหันกลับมาก็ทำเอาตกใจแทบจะเป็นลม เพราะเธอเห็นชายคนเดิมยืนคู่กับหญิงสาวหัวขาด และมือขวาของชายคนดังกล่าวยังหิ้วหัวของหญิงสาวคนนั้นไว้ด้วย! เธอตกใจมากจึงรีบวิ่งเพื่อไปถามพยาบาล โดยพยาบาลก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไร เพียงแต่ตอบสั้น ๆ ว่า “อ๋อมีคนเจอแบบนี้มาสองรายแล้วค่ะ”
อันดับที่ 8. เดี๋ยวพี่พาไปส่ง
เรื่องของสองพี่น้องลูกคุณหมอ ที่ได้ตามพ่อมาขึ้นเวร ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเวลา 5 ทุ่มกว่าแล้ว ทั้งคู่ก็เบื่อกับการนั่งอยู่เฉย ๆ เลยพากันออกมาเดินเล่นแถว ๆ นั้น ซึ่งหารู้ไม่ว่ามันคือ ห้องดับจิต! พอเดินไปเดินมากลับหลงทางหาทางไปห้องของพ่อไม่ถูก จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดคนไข้เดินเข้ามา บอกว่าจะช่วยพาไปส่งให้ เพราะแถวนี้มันอันตราย ผีเยอะ! ทั้งคู่ก็เดินตามผู้หญิงคนนั้นไปเรื่อย ๆ จนมาสังเกตเห็นสายสิญจน์ผูกอยู่ที่ข้อมือแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร
เธอพาสองพี่น้องมาส่งจนถึงที่ ทั้งคู่จึงหันไปขอบคุณผู้ป่วยคนนั้น เธอได้บอกว่าเธอยินดีที่จะช่วย และเหงามาก ถ้าว่าง ๆ อยากให้ไปคุยเป็นเพื่อนเธอที่ห้อง 139 พอเธอเดินกลับไปทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในห้อง พยาบาลต่างมองทั้งคู่เป็นตาเดียว แล้วถามว่าเมื่อกี้คุยกับใคร ทำไมไม่เห็นมีใครอยู่ตรงนั้นเลย!?
พอตอนเช้าจึงได้เล่าให้พ่อฟัง พ่อจึงพาไปที่ห้อง 139 แต่พอไปถึง พยาบาลกลับบอกว่า “คนไข้ห้องนี้เสียไปเมื่อ 2 วันที่แล้วค่ะ”
อันดับที่ 7. ห้องคลอดสยองขวัญ!
เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ได้มีเด็กวัยรุ่นหญิงชาวพม่าคนหนึ่งมาคลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งทั้งแม่และเด็กก็ปลอดภัยดี แต่ผ่านไป 1 วันก็มีคนพบศพเด็กถูกกดน้ำตายในห้องน้ำ พร้อมกับสาวชาวพม่าคนนั้นที่หายตัวไป…ซึ่งเรื่องราวสุดหลอนก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น เพราะบรรดาแม่ ๆ ทั้งหลายที่มาคลอดลูกที่นี่มักจะเจอดี ทั้งเจอผีเด็กมาดูดนมบ้าง มาร้องไห้ที่ข้างเตียงบ้าง พยาบาลเลยต้องหาวิธีแก้โดยเอาของเล่นและนมมาวางไว้ในห้องน้ำห้องนั้น วันดีคืนดีก็จะมีคนได้ยินเสียงหัวเราะบ้าง เสียงเล่นของเล่นบ้าง ทั้ง ๆ ที่ห้องน้ำนั้นไม่มีใครอยู่เลย!
อันดับที่ 6. ญาติมาเยี่ยม
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนกลางวันแสก ๆ ที่หมอเดินเข้ามากำลังจะเข้าไปตรวจคนไข้ที่ห้องรวม พอเดินเข้ามาก็ต้องชะงักเล็กน้อยกับภาพที่เห็น คือมีญาติคนไข้มาเยี่ยม ซึ่งคนไข้คนนั้นนอนโรงพยาบาลมากว่า 1 เดือนแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีญาติมาเยี่ยม พอเห็นอย่างนั้นหมอจึงได้แต่ยิ้ม และเดินไปตรวจเตียงอื่น ๆ พอถึงคิวของคนไข้คนนั้นหมอได้พูดว่า
“วันนี้ดีจังเลยนะ มีคนมาเยี่ยมด้วย”
คนไข้ได้แต่ทำหน้างงและบอกว่าก็ไม่มีใครมานี่ครับ แล้วพยาบาลก็ทำหน้างง ๆ กับคำพูดของหมอ เพราะยืนยันได้ว่าไม่มีใครมาขอเยี่ยมจริง ๆ หมอจึงบอกว่าก็ผู้ชายคนนั้นไง ที่ใส่เสื้อสีฟ้า หน้าตาก็คล้าย ๆ คนไข้เลย คนไข้จึงนิ่งไปสักพักและบอกว่า นั่นอาจจะเป็นน้องชายของเค้าที่ตายไปแล้ว ซึ่งตอนที่เผาก็ใส่เสื้อสีฟ้าแบบที่คุณหมอบอกเด๊ะๆ!
อันดับที่ 5. ณ ห้องชันสูตรศพ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ช่วยแพทย์ชันสูตรศพเจอมากับตัว ซึ่งวันนั้นเป็นเวรดึกของแกที่ดันเป็นวันที่พายุเข้าและฝนตกหนัก จู่ ๆ ก็มีเคสผู้หญิงผูกคอตายเข้ามา ตอนนั้นแกทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอหมอ ผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้ว หมอก็ยังไม่มา
ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ ไฟก็ดับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของวันฝนตก ผ่านไปสักพักไฟของตึกอื่นก็เริ่มสว่างขึ้น แต่ตึกนิติเวชที่แกอยู่นั้นยังมืดสนิท ด้วยความเบื่อแกจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีเสียง ก๊อก ๆ ดังขึ้น ตอนนั้นก็คิดว่าเป็นหมอ แต่พอไปเปิดกลับไม่เจอใคร เลยคิดว่าอาจจะเป็นพวกโจรมาขโมยศพรึเปล่า
พอแกกำลังจะกลับไปนั่งที่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีก คราวนี้ดังมาก เหมือนเคาะมาจากห้องเก็บศพข้าง ๆ แกจึงตัดสินใจหยิบมีดและเดินไปที่ห้องเก็บศพ ขณะนั้นก็ได้ยินเสียง “ฮือ…ฮือ” และเสียงกรี๊ดดังลั่นไปทั่วห้อง แกจึงรีบเปิดประตูเข้าไป ก็พบผู้หญิงกำลังผู้คอตายอยู่เหนือแท่นวางศพ แกจึงรีบขึ้นไปตัดเชือกให้ แต่พอตัดเท่านั้นสิ่งที่ตกลงมากลับไม่ใช่ร่างคน แต่เป็นหัว! ที่กลิ้งไปตกอยู่ที่พื้น พอแกมองไปสบตากับหัวนั้น เธอก็พูดขึ้นว่า “พี่… ช่วย หนู ด้วย”
อันดับที่ 4. เพื่อนข้างเตียง
เรื่องของผู้ป่วยเด็ก 2 คนที่นอนเตียงตรงข้ามกัน โดยทั้งคู่ต่างก็อยู่โรงพยาบาลมานานหลายเดือน จนมีเด็กคนหนึ่งเสียชีวิตไปก่อนด้วยโรคประจำตัว หลังจากนั้นไม่กี่คืน ขณะที่หมอ 2 คนกำลังพยายามเจาะเลือดเด็กอีกคนที่ยังมีชีวิต อายุประมาณ 2 ขวบ เขาก็ได้พูดชื่อของเด็กที่เพิ่งตายไปออกมา พูดไม่หยุด หมอเรียก หมอห้ามยังไงก็ไม่ฟัง และขณะที่เรียกตาก็จ้องมองไปยังเตียงตรงกันข้ามที่ในขณะนั้นว่างเปล่า แล้วก็พยักหน้า ยิ้มแย้ม เหมือนกำลังพูดคุยกับใครอยู่ เล่นเอาหมอและพยาบาลขนลุกซู่ เดินหนีไปทำใจกันเลยทีเดียว
อันดับที่ 3. นี่มันที่ของหนู
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งที่ได้เข้าทำการผ่าตัด จึงทำให้ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งเขาก็ได้ขอนอนที่ตึกใหม่เพราะตึกเก่านั้นมีเรื่องเล่าเยอะมาก พอได้นอนที่ตึกใหม่สมใจ คืนแรกผ่านไปก็ยังไม่เจออะไร แต่คืนที่สอง ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ ก็ได้ยินเหมือนเสียงคนเดินเข้ามาหา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้อง และพอลืมตาขึ้นก็สบสายตากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวซีดเผือด ใส่ชุดคนไข้โรงพยาบาล เด็กคนนั้นจ้องเขม็งมาที่เขาและพูดว่า
“ออกไปนะ นี่ที่ของหนู!” พร้อมกับปีนขึ้นเตียงมาเหมือนจะนอนด้วย
อารมณ์เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น เขาเลยได้แต่บอกว่าขอนอนคืนนึงนะ แล้วจะไป พอพูดจบร่างของเด็กน้อยคนนั้นก็จางหายไป…
คืนเดียวกันนั้นทั้ง ๆ ที่หลับไป แต่หูกลับได้ยินเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้น “ซื้อพวงมาลัยมั้ยลุง” ตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองฝัน เพราะโรงพยาบาลนั้นห้ามไม่ให้คนขึ้นมาขายของอยู่แล้ว แต่พอลืมตาขึ้น กลับเห็นเด็กชายคนยืนถือพวงมาลัยอยู่ ร่างนั้นเปียกโชกไปด้วยเลือด และที่สำคัญคือ ขาทั้ง 2 ข้างของเขานั้นหายไป!
อันดับที่ 2. ระวังปากจะพาซวย!
โดยปกติหน้าที่ของคนขับรถส่งคนไข้ของโรงพยาบาล จะมีหน้าที่ขับรถส่งผู้ป่วยไปยังอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งก็มักจะมีเรื่องหลอน ๆ เกิดขึ้นเสมอ เหมือนกับครั้งนี้ที่คนขับรถต้องไปส่งคนไข้ที่บาดเจ็บสาหัส โดยระยะทางค่อนข้างไกล พอไปถึงก็ส่งตัวผู้ป่วยให้ยังโรงพยาบาลปลายทางดูแล
เวลาผ่านไปประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง คนขับรถก็ได้รับโทรศัพท์ว่าให้ไปรับศพของคนไข้คนเดิมกลับมา ตอนนั้นเค้าก็เพิ่งจะจอดรถได้ไม่นาน เลยสบถออกมาว่า
“ทำไมรีบตายจังวะ ตายพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ได้”
เขาก็ต้องขับรถออกไปรับศพตามหน้าที่ จนขากลับจู่ ๆ ก็เห็นชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างทาง ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นก็เกือบจะตี 3 แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร พอขับไปได้สัก 10 นาทีก็เห็นเหมือนชายคนเดิมเดินอยู่ข้างถนนอีก ตอนนั้นเขาเริ่มใจไม่ดี เลยเหยียบคันเร่งเพราะอยากไปให้ถึงที่หมายไว ๆ แต่แล้วก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน เพราะร่างที่ยืนขวางทางอยู่กลางถนนข้างหน้าคือผู้ชายคนนั้น! ที่ยืนชี้มาที่รถและพูดเสียงดังว่า
“ด่า กู ทำ ไม!”
ตอนนั้นเขารู้แน่ชัดแล้วว่า นั่นคือคุณลุงที่นอนอยู่หลังรถ เขาจึงรีบเหยียบคันเร่งเพื่อหนี ระหว่างนั้นก็มีเสียงทุบตีดังอยู่ที่หลังรถตลอดทาง เขาสติแตกจนรถเกือบเสียหลัก ด้วยความกลัวเขาก็ได้ยกมือพนมไหว้ปะหลก ๆ ขอขมาดวงวิญญาณที่ได้ล่วงเกินไป จนสุดท้ายเขาก็มาถึงที่หมายได้ในที่สุด และเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ทำให้เขาจดจำไปจนวันตาย
อันดับที่ 1. โรงพยาบาลผีสิง
นี่เป็นเรื่องราวของโรงพยาบาลร้าง ที่ว่ากันว่าปิดตัวลงเพราะความเฮี้ยน ขนาดกลางวันแสก ๆ ยังมีคนเห็นรถเข็นคนไข้แล่นไปมาอยู่หน้าอาคาร บางคืนหมาก็ส่งเสียงเห่าหอนกันอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่มีสาเหตุ
เรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้นกับคุณป้าคนหนึ่งที่วันนั้นดันกลับบ้านดึก แกเลยเรียกแท็กซี่เข้าไปในซอย ซึ่งก็คือซอยเดียวกับโรงพยาบาลร้างที่ว่านั่น ขับไปพอใกล้จะถึงหน้าโรงพยาบาลแท็กซี่ก็หลบซ้ายกะทันหัน ป้าเลยถามว่าทำอะไรน่ะ! แท็กซี่เลยบอกว่าก็มีรถพยาบาลตามหลัง เขาเปิดไฟขอทางเลยต้องแอบให้
ป้าที่ได้ยินแบบนั้นก็ขนลุกซู่ เพราะไม่มีทางที่จะมีรถพยาบาลเข้ามาในนี้ เลยบอกว่านั่นมันรถผีสิง! แท็กซี่กลัวมากเลยจอดให้ป้าลงตรงนั้น สุดท้ายแกเลยต้องเดินเข้าไปในซอยคนเดียว ระหว่างเดินไปป้าแกก็ได้ยินเสียงคนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด บ้างก็เป็นเสียงคนร้องไห้ ดังแว่วมาตามลม พอแกมองเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง แกก็เห็นไฟเปิดอยู่! มันทำเอาแกตกใจจนหมดสติ พอตื่นขึ้นมาอีกทีแกก็กลายเป็นคนสติไม่ดี เดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวก็ร้องไห้ พูดจาก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง พอผ่านไปสัก 3-4 วัน แกก็ผูกคอตายในห้องน้ำ…
ขอขอบคุณที่มา: toptenthailand

กดแชร์บทความ